วิถีใหม่ในพระคริสต์
คริสตจักรโดยพระคุณ | บทเรียนแคร์ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2018
ข้อพระคัมภีร์ โคโลสี 2:20-23 “20ถ้าท่านตายกับพระคริสต์พ้นจากภูตผีปิศาจแห่งจักรวาลแล้ว เหตุไฉนท่านจึงมีชีวิตอยู่เหมือนกับว่าท่านยังอยู่ฝ่ายโลก ยอมอยู่ใต้บัญญัติต่างๆอันเป็นหลักธรรมและคำสอนของมนุษย์ 21เช่น “อย่าเอามือหยิบ” “อย่าชิม” “อย่าแตะต้อง” เป็นต้น 22คือกล่าวถึงสิ่งที่ต้องพินาศเมื่อใช้มัน 23จริงอยู่สิ่งเหล่านี้ดูท่าทีมีปัญญา คือการเต็มใจนมัสการ การถ่อมตัวลงและการทรมานกาย แต่ไม่มีประโยชน์อะไรในการต่อสู้กับความต้องการของเนื้อหนัง”
- ทิ้งวิถีเก่า (20-23)
- หากเราดูพระวจนะ พระคริสต์ได้ทำให้เราพ้น ที่ไม่ตกเป็นทาสอีกต่อไป
- โรม 6:6 “เราทั้งหลายรู้แล้วว่า ตัวเก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป”
- กาลาเทีย 3:13 “พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ”
- กิจการ 10:14-15 “14ฝ่ายเปโตรจึงทูลว่า “มิได้ พระเจ้าข้า เพราะว่าสิ่งซึ่งเป็นของต้องห้าม หรือของมลทินนั้น ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานเลย” 15แล้วจึงมีพระสุรเสียงเป็นครั้งที่สองว่าแก่ท่านว่า “ซึ่งพระเจ้าได้ทรงชำระแล้วอย่าว่าเป็นของต้องห้าม”
- 1พงศ์กษัตริย์ 18:26-29 “28เขาทั้งหลายก็ร้องเสียงดัง และเชือดเฉือนตัวเองตามธรรมเนียมของเขาด้วยดาบและหลาว จนโลหิตไหลพุ่งออกมาตามตัว 29และเมื่อผ่านเที่ยงวันไปแล้ว เขาก็พร่ำต่อไปจนถึงเวลาถวายบูชา แต่ไม่มีเสียง ไม่มีใครตอบ ไม่มีใครฟัง”
- ฟิลิปปี 3:2-3 “2จงระวังพวกสุนัข จงระวังบรรดาคนที่ทำชั่ว จงระวังพวกถือการเชือดเนื้อเถือหนัง 3เพราะว่าเราทั้งหลายเป็นพวกถือพิธีเข้าสุหนัตแท้ เป็นผู้นมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณ และอวดพระเยซูคริสต์ และไม่ได้ไว้ใจในเนื้อหนัง”
- 1 โครินธ์ 6:19 “ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง”
การอดอาหารอธิษฐาน
- พระเยซูอยู่ภายใต้พระสัญญาเดิม พระสัญญาใหม่เริ่มเมื่อพระเยซูได้ตาย ฝัง และฟื้นไปนั่งที่เบื้องขวาพระหัตถ์พระบิดาในสวรรค์
- พระเจ้ามีน้ำพระทัยที่จะตอบคำอธิษฐานอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหรือการกระทำใดไปบีบบังคับพระเจ้าให้ตอบคำอธิษฐาน หรือเห็นใจได้ เพราะเป็นพระสัญญา เช่นจงขอแล้วจะได้ ,สิ่งที่ท่านทูลขอในนามของเรา เราจะตอบ ,คำอธิษฐานผู้ชอบธรรมมีพลัง ทำให้เกิดผล เป็นต้น
- ที่เราไม่รับคำตอบอาจเป็นเพราะเราทำผิดเงื่อนไขอะไรบางอย่าง เช่นจิตใจไม่ให้อภัย , โลภเพื่อเนื้อหนัง หรือขอผิด
- เอเฟซัส 4:22-24 “ท่านจงทิ้งตัวเก่าของท่าน ซึ่งคู่กับวิถีชีวิตเดิมนั้นเสีย อันจะเสื่อมเสียไปสู่ความตายตามตัณหาอันเป็นที่หลอกลวง”
- โคโลสี 1:9 “เพราะเหตุนี้นับตั้งแต่วันที่เราได้ยิน เราก็ไม่ได้หยุดในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน ให้ท่านเพียบพร้อมด้วยความรู้ถึงพระทัยของพระองค์ ในสรรพปัญญาและในความเข้าใจฝ่ายวิญญาณ”
- คริสตจักรคือที่เปิดเผยสำแดงพระทัยของพระเจ้า ที่ในพันธสัญญาเดิมไม่มี เพื่อช่วยผู้เชื่อได้รับการปกป้องทั้งคำสอน และการอธิษฐานเผื่อกัน
- เอเฟซัส 3:9-11 “9และทำให้คนทั้งปวงเห็นแผนงานแห่งความล้ำลึก ซึ่งตั้งแต่แรกสร้างโลกทรงปิดบังไว้ที่พระเจ้าผู้ทรงสร้างสารพัดทั้งปวง 10ประสงค์จะให้เทพผู้ปกครองและศักดิเทพในสวรรคสถาน รู้จักปัญญาอันซับซ้อนของพระเจ้าทางคริสตจักร ณ บัดนี้ 11ทั้งนี้ก็เป็นไปตามพระประสงค์นิรันดร์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำให้สำเร็จแล้วในพระเยซูคริสตเจ้าของเรา”
- ตามวิถีใหม่ (23)
- ข้อกำหนดภายนอกของมนุษย์ที่สร้างขึ้นนั้น ไม่สามารถเอามาเปลี่ยนพฤติกรรมภายในของคนได้ เพราะการเปลี่ยนที่แท้จริงคือการเปลี่ยนที่ภายใน
- 2 โครินธ์ 5:17 “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”
- ชีวิตคริสเตียน เป็นชีวิตที่มีพระเจ้าประทับอยู่ภายใน การดำเนินชีวิตจึงมาจากชีวิตภายในที่มีพระเจ้าประทับอยู่ มาจากวิญญาณที่ถูกชำระให้บริสุทธิ์แล้วให้เหมือนพระองค์ผ่านทางกางเขนของพระคริสต์ เพื่อเราจะประพฤติตามอย่างความชอบธรรม ที่พระเจ้าทรงกระทำให้แก่เราแล้ว
- เอเฟซัส 4:22-24 “22ท่านจงทิ้งตัวเก่าของท่าน ซึ่งคู่กับวิถีชีวิตเดิมนั้นเสีย อันจะเสื่อมเสียไปสู่ความตายตามตัณหาอันเป็นที่หลอกลวง 23และจงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่ 24และให้ท่านสวมสภาพใหม่ ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างของพระเจ้า ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง”
พระคัมภีร์กล่าวว่า เราจะเปลี่ยนได้อย่างไร
พระคัมภีร์กล่าวว่ามนุษย์ประกอบไปด้วย3ส่วนคือ วิญญาณ(ตัวจริง) ,ความคิดจิตใจ,ร่างกาย
- 1 เธสะโลนิกา 5:23 “ขอให้องค์พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์หมดจด และทรงรักษาทั้งวิญญาณ จิตใจและร่างกายของท่านไว้ให้ปราศจากการติเตียน จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าของเราเสด็จมา”
- 2โครินธ์ 10:4-5 “4เพราะว่าศาสตราวุธของเราไม่เป็นฝ่ายโลกียวิสัย แต่มีฤทธิ์เดชจากพระเจ้า อาจทำลายป้อมได้ 5คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์”
- วิธีก็คือ เราต้องสะสมศาสตราวุธ หรือพระวจนะให้มากพอ และใคร่ครวญจนเปลี่ยนเป็นอุปนิสัยที่คิดตามพระวจนะได้ในทุกสถานการณ์ได้ ไม่ใช่เป็นเพียงความรู้
- โรม 12:2 “อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม”
- ฮีบรู 4:12 “เพราะว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆแทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย”

