[vc_row][vc_column][vc_column_text]
เงา กับ ตัวจริง
คริสตจักรโดยพระคุณ | บทเรียนแคร์ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2018
ข้อพระคัมภีร์ โคโลสี 2:16-17 “16เหตุฉะนั้นอย่าให้ผู้ใดพิพากษาปรักปรำท่านในเรื่องการกิน การดื่ม ในเรื่องเทศกาล วันต้นเดือน หรือวันสะบาโต 17สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเงาของเหตุการณ์ที่จะมีมาในภายหลัง แต่กายนั้นเป็นของพระคริสต์”
-
อย่าโฟกัสที่เงา (16-17ก)
สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมบัญญัติคือ พระเจ้าให้มีธรรมบัญญัติเพื่ออะไร?
ภาพที่1 เพื่อให้รู้ว่าบาปคืออะไร
- กาลาเทีย 3:19 “ถ้าเช่นนั้นมีธรรมบัญญัติไว้ทำไม ที่เพิ่มธรรมบัญญัติไว้ก็เพื่อบาปจะปรากฏเป็นความละเมิด จนกว่าพงศ์พันธุ์ที่ได้รับพระสัญญานั้นจะมาถึง”
ภาพที่2 เพื่อเป็นแบบและเงาของของจริงที่จะมา
- ฮีบรู 8:5 “ปุโรหิตเหล่านั้นปฏิบัติกิจในเต็นท์ ที่เป็นแต่แบบและเงาแห่งศักดิ์สิทธิสถาน ดังโมเสสเมื่อท่านจะตั้งเต็นท์นั้น”
ภาพที่3 รู้ว่าต้องพึ่งพระคุณพระเจ้า
- เยระมีห์ 31:31-33 “31“พระเจ้าตรัสว่า ดูเถิด วันเวลาจะมาถึง ซึ่งเราจะทำพันธสัญญาใหม่กับประชาอิสราเอลและประชายูดาห์ 32ไม่เหมือนกับพันธสัญญาซึ่งเราได้กระทำกับบรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย เมื่อเราจูงมือเขาเพื่อนำเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ เป็นพันธสัญญาของเราซึ่งเขาผิด 33 แต่นี่จะเป็นพันธสัญญาซึ่งเราจะกระทำกับประชาอิสราเอลภายหลังสมัยนั้น พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ เราจะบรรจุพระธรรมไว้ในเขาทั้งหลาย และเราจะจารึกมันไว้บนดวงใจของเขาทั้งหลาย และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นประชากรของเรา 35 …เราจะให้อภัยบาปชั่วของเขา และจะไม่จดจำบาปของเขาทั้งหลายอีกต่อไป”
- ฮีบรู9:11-12 “11แต่เมื่อพระคริสต์ได้เสด็จมาเป็นมหาปุโรหิตแห่งสิ่งประเสริฐ … 12 พระองค์เสด็จเข้าไปในวิสุทธิสถานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และพระองค์ไม่ได้ทรงนำเลือดแพะและเลือดลูกวัวเข้าไป แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไป และทรงสำเร็จการไถ่บาปชั่วนิรันดร์”
- พระเยซูได้ประกาศพระสัญญาใหม่ ซึ่งเป็นพันธสัญญาแห่งพระคุณพระเจ้า
- ลูกา 22:20 “เมื่อรับประทานแล้ว จึงทรงหยิบถ้วยกระทำเหมือนกันตรัสว่า “ถ้วยนี้ซึ่งเทออกเพื่อท่านทั้งหลายเป็นพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา”
- เมื่อมีพันธสัญญาใหม่ พันธสัญญาเดิมก็ยกเลิก
- ฮีบรู 8:13 “เมื่อพระองค์ตรัสถึง พันธสัญญาใหม่ พระองค์ทรงถือว่าพันธสัญญาเดิมนั้นพ้นสมัยไปแล้ว สิ่งที่พ้นสมัยและเก่าไปแล้วนั้นก็จะเสื่อมสูญไป”
- ในพันธสัญญาเดิม มีธรรมบัญญัติที่มีข้อห้ามเรื่องการบริโภคที่พระเจ้าประทานให้กับชนชาติอิสราเอล (ในเฉลยธรรมบัญญัติ 14, เลวีนิติ 11 ,17 )
- กล่าวโดยสรุปว่า พระเจ้าให้บัญญัติการกินเพื่อการเดินทางจะมีสัตว์สะอาดไม่สะอาดให้ระวังเกรงว่าจะไปไม่ถึงแผ่นดินพระสัญญาและนัยยะต้องการสอนเรื่องอย่ายุ่งกับความสกปรก หรือชนต่างชาติที่ไม่เชื่อ เปรียบได้กับสัตว์ที่เป็นมลทินห้ามรับประทาน เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ชุมชนของพระเจ้า
- กิจการ 10:15 “แล้วจึงมีพระสุรเสียงเป็นครั้งที่สองแก่ท่านว่า “ซึ่งพระเจ้าได้ทรงชำระแล้วอย่าว่าเป็นของต้องห้าม”
- แม้ในยุคพันธสัญญาใหม่นั้นสามารถทานได้ แต่สิ่งมีที่เราควรพิจารณาร่วมด้วยเช่น
1) ไม่ทำให้คนอื่นสะดุด
- โรม14:20-21 “20 อย่าทำลายงานของพระเจ้าเพราะเห็นแก่อาหารเลย อาหารทุกอย่างปราศจากมลทินก็จริง แต่ผู้ใดที่กินอาหารซึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นทำผิด ก็มีความผิดด้วย 21เป็นการดีที่จะไม่กินเนื้อสัตว์หรือเหล้าองุ่นหรือทำสิ่งใดๆที่จะเป็นเหตุให้พี่น้องสะดุด”
2) เป็นประโยชน์หรือโทษมากกว่า
- 1 โครินธ์ 10:23 “เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ เราทำสิ่งสารพัดได้ไม่มีใครห้าม แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำให้เจริญขึ้น”
3)ร่างกายเราเป็นวิหารของพระเจ้า
- 2 โครินธ์ 6:16 “วิหารของพระเจ้าจะตกลงอะไรกับรูปเคารพได้ เพราะว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์ ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ว่า “เราจะอยู่ในเขาทั้งหลายและจะดำเนินในหมู่พวกเขาและเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นชนชาติของเรา
4)เรื่องท่าที่ที่พระเยซูกล่าว
- มัทธิว 15:17-18 “17ท่านยังไม่เห็นหรือว่า สิ่งใดๆซึ่งเข้าไปในปากก็ลงไปในท้อง แล้วก็ถ่ายออกลงส้วมไป 18แต่สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ สิ่งนั้นแหละทำให้มนุษย์เป็นมลทิน”
เรื่องการถือเทศกาลต่างๆ
- เมื่อพระเยซูมาแล้ว เทศกาลทุกเทศกาลเล็งถึงพระองค์เช่นกัน เทศกาลปฎิบัติหลักๆ มี 3 เทศกาล คือ
1.เทศกาลปัสกา เล็งถึงการนำของพระเจ้าออกจากการเป็นทาสของอียิปต์ (พระเยซูนำผู้เชื่อออกจากการเป็นทาสของบาป)
2.เทศกาลเลี้ยงฉลองการเก็บเกี่ยว เล็งถึงการเลี้ยงดูของพระเจ้าที่เขาจะต้องเอาผลแรกที่เพาะปลูกมาถวาย (พระเยซูเป็นผลแรกของความรอด แป้งก้อนแรกบริสุทธิ์ทั้งถังก็บริสุทธิ์)
3.เทศกาลอยู่เพิง เล็งถึงการเลี้ยงดูของพระเจ้าในถิ่นทุระกันดารที่เขาไม่ขาดแคลนสิ่งใด มีเสาเมฆ เสาเพลิงนำทาง มีน้ำแร่จากหิน มีอาหารมานาสวรรค์ แม้งูแมวเซากัดก็ไม่ตายเมื่อเขามองดูไม้เท้ากางเขนที่เล็งถึงพระเยซูนั้นเอง
- การไม่ยอมรับว่าพระเยซูมาทำให้สิ่งต่างๆสมบูรณ์แล้ว จึงเป็นข้อผิดพลาดของผู้เชื่อมากมายที่พยายามผสมผสานเอาสิ่งต่างๆเข้ามาในข่าวประเสริฐ
- มัทธิว 9:17 “และเขาไม่เอาน้ำองุ่นหมักใหม่มาใส่ในถุงหนังเก่า ถ้าทำอย่างนั้นถุงหนังจะขาด น้ำองุ่นจะรั่ว ทั้งถุงหนังก็จะเสียไปด้วย แต่เขาย่อมเอาน้ำองุ่นหมักใหม่ใส่ในถุงหนังใหม่ แล้วทั้งสองอย่างก็อยู่ดีด้วยกันได้”
- กาลาเทีย 4:10-11 “10ท่านถือวัน เดือน ฤดู และปี 11ข้าพเจ้าเกรงว่าการที่ข้าพเจ้าได้ทำเพื่อท่านนั้นจะไร้ประโยชน์”
- มาระโก 2:27 “พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต”
- อพยพ 20:11 “เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์”
ข้อคิดของการมาโบสถ์ในยุคพันธสัญญาใหม่
1.เป็นการสำแดงว่าเราเป็นผู้เชื่อ
- 1เปโตร 2:9 “แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์”
2.เพื่อปรนนิบัติพระเจ้าในพระกาย
- กาลาเทีย 5:13 “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด”
3.เพื่อมอบถวาย แสดงการให้พระเจ้าเป็นเจ้าของชีวิตของเรา
- โรม 12:1 “พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย”
- เอเฟซัส 4:14 “เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง”
2. ให้รับเอาตัวจริง (17)
- มัทธิว 5:17 “อย่าคิดว่าเรามาเลิกล้างธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะ เรามิได้มาเลิกล้าง แต่มาทำให้สมบูรณ์ทุกประการ”
- 2 โครินธ์ 3:18 “แต่เราทั้งหลายไม่มีผ้าคลุมหน้าแล้ว จึงแลดูพระสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้า และตัวเราก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพระฉายขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือมีศักดิ์ศรีเป็นลำดับขึ้นไป เช่นอย่างศักดิ์ศรีที่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นพระวิญญาณ”
[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]
