แผ่นดินพระเจ้าทำงาน?

คริสตจักรโดยพระคุณ | บทเรียนแคร์ประจำวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2019

ข้อพระคัมภีร์ มาระโก 4:1-12

  • คำว่า อาณาจักร หมายถึง ขอบเขต ดินแดนที่เป็นภาพทางภูมิศาสตร์ และมีพลเมือง กับผู้ปกครอง อยู่ร่วมกันโดยมีข้อตกลง
  • อาณาจักรที่แท้จริง และถาวร คืออาณาจักรฝ่ายวิญญาณของพระเจ้า แต่ถูกปล้น ผู้คนให้กลายเป็นผลเมืองของมาร
  • พระเจ้าได้เข้ามายึดคืนผ่านทางผู้หว่าน คือพระเยซูคริสต์แล้วอาณาจักรของพระเจ้าก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
  • มาระโก 1:14-15 “…และแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจเสียใหม่ และเชื่อข่าวประเสริฐเถิด”
  • เรื่องแผ่นดินของพระเจ้ามันเป็นเรื่องโลกฝ่ายวิญญาณ (1โครินธ์ 10:20 “เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้า..เป็นเรื่องฤทธิ์เดช”)
  • แผ่นดินของพแผ่นดินพระเจ้าทำงาน?
    คริสตจักรโดยพระคุณ | บทเรียนแคร์ประจำวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2019
    ข้อพระคัมภีร์ มาระโก 4:1-12
    • คำว่า อาณาจักร หมายถึง ขอบเขต ดินแดนที่เป็นภาพทางภูมิศาสตร์ และมีพลเมือง กับผู้ปกครอง อยู่ร่วมกันโดยมีข้อตกลง
    • อาณาจักรที่แท้จริง และถาวร คืออาณาจักรฝ่ายวิญญาณของพระเจ้า แต่ถูกปล้น ผู้คนให้กลายเป็นผลเมืองของมาร
    • พระเจ้าได้เข้ามายึดคืนผ่านทางผู้หว่าน คือพระเยซูคริสต์แล้วอาณาจักรของพระเจ้าก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
    • มาระโก 1:14-15 “…และแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจเสียใหม่ และเชื่อข่าวประเสริฐเถิด”
    • เรื่องแผ่นดินของพระเจ้ามันเป็นเรื่องโลกฝ่ายวิญญาณ (1โครินธ์ 10:20 “เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้า..เป็นเรื่องฤทธิ์เดช”)
    • แผ่นดินของพระเจ้าเป็นเมล็ดข่าวประเสริฐ ที่เข้ามาในชีวิตแล้วมีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดในวิญญาณภายในผู้เชื่อ
    • 2โครินธ์ 5:17 “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”
    1. คนที่พระวจนะทำงานผ่านไม่ได้ (ข้อ 4-7)
    1.1 มารช่วงชิงไป (ข้อ4) พอจะฟังคำเทศนา ก็ปิดหูเสียแล้ว คิดว่ารู้แล้ว หรือสิ่งอื่นในเวลานั้นสำคัญกว่าการฟังพระวจนะ
    1.2 ฉาบฉวยไม่จริงจัง (ข้อ 5-6) ไม่จริงจังต่อพระวจนะ เมื่อไม่ได้รับประโยชน์ หรือ เริ่มถูกท้าทายให้เหยีอดออกก็ละทิ้ง
    1.3 รักโลก (ข้อ 7-9) มัทธิว 6:33-34 “33แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้ 34″เหตุฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว”
    2. คนที่พระวจนะทำงานผ่านได้ (ข้อ 8)
    • กุญแจของดินดี คือ ได้ยิน และรับไว้ หากเราไม่ฟัง หรือดูเหมือนฟังมันก็ไม่เกิดผลสมบูรณ์ (ยอห์น 10:10)
    • เมล็ดเต็มร้อยสมบูรณ์อยู่แล้ว และพร้อมที่ออกผล ตามชนิดของมัน
    • แต่ที่สำคัญคือ ดิน หรือใจของเราว่าเราได้เห็นคุณค่าเมล็ด เท่ากับที่เมล็ดมีคุณค่าหรือไม่
    • เพราะพระเจ้าให้พระวจนะของพระองค์เป็นปัญญาของมนุษย์
    • สุภาษิต 4:7-9 “7ที่เริ่มต้นของปัญญาเป็นอย่างนี้คือจงเอาปัญญาแม้เจ้าจะได้อะไรก็ตาม จงเอาความรอบรู้ไว้ 8จงตีราคาปัญญาให้สูง และปัญญาจะยกย่องเจ้าถ้าเจ้ากอดปัญญาไว้ ปัญญาจะให้เกียรติเจ้า 9เธอจะเอามงคลงามสวมศีรษะเจ้า จะให้มงกุฎงามแก่เจ้า”
    • หากเราเข้าใจ เมล็ดแห่งอาณาจักร มันจะเกิดผล 100เปอร์เซ็นต์
    • สุภาษิต 3:13-16 “13มนุษย์ผู้ประสบปัญญา และผู้ได้ความเข้าใจ เป็นสุขจริงหนอ 14เพราะผลที่ได้จากปัญญา ย่อมดีกว่าผลที่ได้จากเงิน และกำไรนั้นดีกว่าทองคำ 15ปัญญาประเสริฐกว่าทับทิม และบรรดาสิ่งที่เจ้าปรารถนาจะเปรียบกับปัญญาไม่ได้ 16ชีวิตยืนยาวอยู่ที่มือขวาของปัญญา และที่มือซ้ายมีความมั่งคั่งและเกียรติยศ”
    • โคโลสี 1:13 “พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจของความมืด และได้ทรงย้ายเรามาตั้งไว้ในแผ่นดินแห่งพระบุตรที่รักของพระองค์”
    • เราพ้นจากอำนาจและผลของความมืดของมารแล้ว และสิ่งที่เราต้องเข้าใจคือ เราถูกย้ายจากอาณาจักรของความมืด มาสู่อาณาจักรใหม่คืออาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรของความสว่างผ่านทางพระเยซูคริสต์เรียบร้อยแล้ว
    • นั้นหมายถึง สิทธิของคุณในการเกิดผลคือเต็ม100ระเจ้าเป็นเมล็ดข่าวประเสริฐ ที่เข้ามาในชีวิตแล้วมีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดในวิญญาณภายในผู้เชื่อ
  • 2โครินธ์ 5:17 “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”
  1. คนที่พระวจนะทำงานผ่านไม่ได้ (ข้อ 4-7)
    • มารช่วงชิงไป (ข้อ4) พอจะฟังคำเทศนา ก็ปิดหูเสียแล้ว คิดว่ารู้แล้ว หรือสิ่งอื่นในเวลานั้นสำคัญกว่าการฟังพระวจนะ
    • ฉาบฉวยไม่จริงจัง (ข้อ 5-6) ไม่จริงจังต่อพระวจนะ เมื่อไม่ได้รับประโยชน์ หรือ เริ่มถูกท้าทายให้เหยีอดออกก็ละทิ้ง
    • รักโลก (ข้อ 7-9) มัทธิว 6:33-34 “33แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้ 34“เหตุฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว”
  2. คนที่พระวจนะทำงานผ่านได้ (ข้อ 8)
  • กุญแจของดินดี คือ ได้ยิน และรับไว้ หากเราไม่ฟัง หรือดูเหมือนฟังมันก็ไม่เกิดผลสมบูรณ์ (ยอห์น 10:10)
  • เมล็ดเต็มร้อยสมบูรณ์อยู่แล้ว และพร้อมที่ออกผล ตามชนิดของมัน
  • แต่ที่สำคัญคือ ดิน หรือใจของเราว่าเราได้เห็นคุณค่าเมล็ด เท่ากับที่เมล็ดมีคุณค่าหรือไม่
  • เพราะพระเจ้าให้พระวจนะของพระองค์เป็นปัญญาของมนุษย์
  • สุภาษิต 4:7-97ที่เริ่มต้นของปัญญาเป็นอย่างนี้คือจงเอาปัญญาแม้เจ้าจะได้อะไรก็ตาม จงเอาความรอบรู้ไว้ 8จงตีราคาปัญญาให้สูง และปัญญาจะยกย่องเจ้าถ้าเจ้ากอดปัญญาไว้ ปัญญาจะให้เกียรติเจ้า 9เธอจะเอามงคลงามสวมศีรษะเจ้า จะให้มงกุฎงามแก่เจ้า”
  • หากเราเข้าใจ เมล็ดแห่งอาณาจักร มันจะเกิดผล 100เปอร์เซ็นต์
  • สุภาษิต 3:13-1613มนุษย์ผู้ประสบปัญญา และผู้ได้ความเข้าใจ เป็นสุขจริงหนอ 14เพราะผลที่ได้จากปัญญา ย่อมดีกว่าผลที่ได้จากเงิน และกำไรนั้นดีกว่าทองคำ 15ปัญญาประเสริฐกว่าทับทิม และบรรดาสิ่งที่เจ้าปรารถนาจะเปรียบกับปัญญาไม่ได้ 16ชีวิตยืนยาวอยู่ที่มือขวาของปัญญา และที่มือซ้ายมีความมั่งคั่งและเกียรติยศ”
  • โคโลสี 1:13 “พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจของความมืด และได้ทรงย้ายเรามาตั้งไว้ในแผ่นดินแห่งพระบุตรที่รักของพระองค์”
  • เราพ้นจากอำนาจและผลของความมืดของมารแล้ว และสิ่งที่เราต้องเข้าใจคือ เราถูกย้ายจากอาณาจักรของความมืด มาสู่อาณาจักรใหม่คืออาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรของความสว่างผ่านทางพระเยซูคริสต์เรียบร้อยแล้ว
  • นั้นหมายถึง สิทธิของคุณในการเกิดผลคือเต็ม100