เราสมบูรณ์โดยพระคริสต์

คริสตจักรโดยพระคุณ | บทเรียนแคร์ประจำวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม

ข้อพระคัมภีร์ โคโลสี 2:8-128จงระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญา และด้วยคำล่อลวงอันเหลวไหลตามตำนานของมนุษย์ ตามภูตผีปิศาจของจักรวาล ไม่ใช่ตามพระคริสต์ 9เพราะว่าในพระองค์นั้น สภาพของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์10และท่านได้บรรลุถึงความครบบริบูรณ์ในพระองค์ ผู้เป็นศีรษะแห่งปวงเทพผู้ครองและศักดิเทพ 11ในพระองค์นั้น ท่านได้รับพิธีเข้าสุหนัตที่มือมนุษย์มิได้กระทำ โดยที่ท่านได้สละกายเนื้อหนังเสียในการเข้าสุหนัตแห่งพระคริสต์ 12และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา”

  • กาลาเทีย 5:1-41เพื่อเสรีภาพนั้นเอง พระคริสต์จึงได้ทรงโปรดให้เราเป็นไท เหตุฉะนั้นจงตั้งมั่น และอย่าเข้าเทียมแอกเป็นทาสอีกเลย 2นี่แน่ะ ข้าพเจ้าเปาโล ขอบอกท่านว่า ถ้าท่านรับพิธีเข้าสุหนัต พระคริสต์จะทรงทำประโยชน์อะไรให้แก่ท่านไม่ได้เลย 3ข้าพเจ้าเป็นพยานให้ทุกคนที่รับพิธีเข้าสุหนัตทราบอีกว่า เขาถูกผูกมัดให้ประพฤติตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้น 4ท่านที่ปรารถนาจะเป็นคนชอบธรรมโดยธรรมบัญญัติ ก็ขาดจากพระคริสต์ และหล่นพ้นจากพระคุณไปเสียแล้ว”
  1. โดยผ่านทางพระคริสต์ (9-10)

  • สภาพของพระเจ้า ดำรงอยู่ในพระองค์อย่างบริบูรณ์ ความหมายคือ ความเป็นตรีเอกานุภาพนั่นเอง
  • 1โครินธ์ 3:16 “ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน”
  • กาลาเทีย 3:27 “เพราะเหตุว่าคนที่รับบัพติศมาเข้าร่วมในพระคริสต์แล้ว ก็จะสวมชีวิตพระคริสต์”
  • ความครบบริบูรณ์แบบนี้ เราไม่สามารถมีได้ หรือผลิตขึ้นได้ด้วยตัวเราเองยกเว้นผู้ที่มีอำนาจนั้นประทานให้เรา นั่นก็คือพระเจ้า
  • เอเฟซัส 2:8 “ด้วยว่าซึ่งเราทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวเราทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้”
  • โรม 6:22 “แต่เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายพ้นจากการเป็นทาสของบาป และกลับมาเป็นทาสของพระเจ้าแล้ว ผลสนองที่ท่านได้รับก็คือการชำระให้บริสุทธิ์ และผลสุดท้ายคือชีวิตนิรันดร์”
  • ความบริบูรณ์ของพระเจ้า ทำให้เราเป็นผู้ความชอบธรรม
  • 2 โครินธ์ 5:21 “เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์”
  • พระเจ้ารักษามาตรฐาน บาปต้องตาย แต่พระเยซูมาจ่ายแทน แลกเปลี่ยน เอาบาปเรามา แล้วเอาความชอบความชอบธรรมให้เราแทน ความบริบูรณ์ของพระเจ้า ทำให้เรามีฤทธิ์อำนาจอยู่เหนือเทพผู้ครอบครอง และเหนือนามทุกสิ่ง
  • เอเฟซัส 1:20-2320ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำในพระคริสต์ เมื่อทรงชุบให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย และให้สถิตเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ในสวรรคสถาน 21สูงยิ่งเหนือบรรดาเทพผู้ครอง เหนือศักดิเทพ เหนืออิทธิเทพ เหนือเทพอาณาจักร และเหนือนามทั้งปวงที่เขาเอ่ยขึ้น มิใช่ในยุคนี้เท่านั้น แต่ในยุคที่จะมาถึงด้วย 22พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร 23ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ คือซึ่งเต็มบริบูรณ์ด้วยพระองค์ ผู้ทรงอยู่เต็มทุกอย่างทุกแห่งหน”
  • ความครบบริบูรณ์ทั้งหมดนี้ เราได้รับผ่านพระเยซูที่กระทำให้กับเรา จึงเรียกสิ่งนี้ว่า “พระคุณ” พระคุณจึงหมายถึงความโปรดปรานของพระเจ้าที่มอบให้กับเรา แม้เราไม่สมควรจะได้รับ และไม่ขึ้นกับกฎบัญญัติ
  • โรม 3:21-2421แต่บัดนี้ได้ปรากฏแล้วว่า ความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือกฎบัญญัติ ธรรมบัญญัติกับพวกผู้เผยพระวจนะเป็นพยานอยู่ 22คือความชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งทรงประทานโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์แก่ทุกคนที่เชื่อ เพราะว่าคนทั้งหลายไม่ต่างกัน 23เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า 24แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรม โดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว”
  1. โดยพระคริสต์ทำให้สมบูรณ์ (11-12)

  • การเข้าสุหนัตในสมัยพันธสัญญาเดิม เป็นการแสดงออกภายนอกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นพงศ์พันธุ์แห่งพระสัญญาของพระเจ้าที่ให้ไว้กับอับราฮัมว่าจะเป็นบิดาของเขาและเป็นบิดาบรรดาประชาชาติ
  • ปฐมกาล 17:10-1110นี่เป็นพันธสัญญาของเราซึ่งเจ้าจะต้องรักษาระหว่างเรากับเจ้า และเชื้อสายของเจ้าที่จะสืบมา คือผู้ชายทุกคนจะต้องเข้าสุหนัต 11เจ้าจงเข้าสุหนัตตัดหนังหุ้มปลายองคชาตของเจ้า นี่จะเป็นหมายสำคัญของพันธสัญญาระหว่างเรากับเจ้า”
  • อพยพ 33:1 “พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “ไปเถิด จงยกไปจากที่นี่ เจ้ากับประชากรซึ่งเจ้านำขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ ไปยังแผ่นดินซึ่งเราปฏิญาณกับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบว่า “แผ่นดินนั้นเราจะให้แก่เชื้อสายของเจ้า”
  • ผู้เชื่อได้เข้าสุหนัตแห่งพระคริสต์โดยทางความเชื่อก็คือเข้าในการบัติศมาในการตายของพระคริสต์ ก็คือเข้าในการถูกเฆียน ถูกทรมาน ถูกตรึงที่กางเขน และเลือดนั้นก็หลั่งออกมาเป็นเลือดแห่งพระสัญญา ที่เป็นภาพเดียวกันเช่นที่พระเจ้าได้ให้พระเยซูมาเป็นตัวแทนไถ่บาปเพื่อเราจะได้รับความบริบูรณ์จากพระเจ้า ทางพระคริสต์
  • มัทธิว 26:28 “ด้วยว่านี่เป็นโลหิตของเรา อันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญา ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนเป็นอันมาก”
  • เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาทำพระราชกิจของพระองค์สำเร็จที่ไม้กางเขน นั่นหมายถึง ความสมบูรณ์แห่งพันธสัญญาของพระเจ้าที่ให้ไว้ตั้งแต่แรกก็ตกเป็นของผู้เชื่อทุกคน ผ่านทางพระเยซูคริสต์
  • กาลาเทีย 3:29 “และถ้าท่านเป็นของพระคริสต์แล้วท่านก็เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม คือเป็นผู้รับมรดกตามพระสัญญา”
  • โรม 2:28-2928เพราะว่ายิวแท้ มิใช่คนที่เป็นยิวแต่ภายนอกเท่านั้น และการเข้าสุหนัตแท้ก็ไม่ใช่การเข้าสุหนัตซึ่งปรากฏที่เนื้อหนังเท่านั้น 29คนที่เป็นยิวแท้ คือคนที่เป็นยิวภายใน และการเข้าสุหนัตแท้นั้นเป็นเรื่องของจิตใจ ตามพระวิญญาณมิใช่ตามตัวบทบัญญัติ คนอย่างนั้นพระเจ้าสรรเสริญ มนุษย์ไม่สรรเสริญ”
  • การดำเนินชีวิตคริสเตียนให้ความสำคัญกับการดำเนินในวิญญาณที่บังเกิดใหม่ในพระคริสต์
  • กาลาเทีย 6:15 “เพราะว่าการที่ถือพิธีเข้าสุหนัตหรือไม่ถือ ไม่เป็นของสำคัญอะไร แต่การที่ถูกสร้างใหม่นั้นสำคัญ”
  • การที่พระเจ้าทำให้เราบริสุทธิ์ สมบูรณ์นั้น มันไม่ใช่กระบวนการ แต่เป็นเรื่องที่เมื่อเราเชื่อ เราถูกทำให้เป็นเลย เหมือนกับเมื่อเราเชื่อพระเจ้า ทันทีนั้นเราได้รับความรอดเลย
  • โรม 10:9-109คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด 10ด้วยว่า ความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับสัจจะของพระเจ้าด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด”
  • เมื่อเราเชื่อในสัจจะความจริงของพระเยซูในความรอดนั้น ได้ทำให้เราได้รับความสมบูรณ์แบบ คือในความชอบธรรม ในการชำระให้บริสุทธิ์ และมีอำนาจครอบครองอย่างพระเจ้าเลย ฉะนั้นชีวิตคริสเตียนจึงไม่ใช่ค่อยๆบริสุทธิ์ เพราะมันไม่ใช่กระบวนการ
  • 2 โครินธ์ 5:17 “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”
  • เราต้องยืนในตำแห่งที่ถูกในความชอบธรรมนี้ เราต้องหยุดวิถีแบบเดิมๆ ที่พยายามสร้างความชอบธรรมขึ้นจากตัวเองแต่ให้สร้างจิตสำนึกแห่งความชอบธรรมจากพระเจ้านี้และลงลึกในของประทานแห่งความชอบธรรมนี้แล้วเราจะเห็นวิถีชีวิตจะเปลี่ยนเอง