อาณาจักรแห่งสวรรค์

คริสตจักรโดยพระคุณ | บทเรียนแคร์ประจำวันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2018

ข้อพระคัมภีร์ มัทธิว13:31-3231พระองค์ยังตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาฟังว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่ง ซึ่งชายคนหนึ่งเอาไปเพาะลงในไร่ของตน 32เมล็ดนั้นเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวง แต่เมื่องอกขึ้นแล้วก็ใหญ่กว่าผักอื่น และจำเริญเป็นต้นไม้จนนกในอากาศมาทำรังอาศัยอยู่ตามกิ่งก้านของต้นนั้นได้”     

  1. แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนเมล็ดพืช
  • แผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้า คนของพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่มีชีวิต สิ่งที่มีชีวิตนั้นหมายความว่า มันสามารถที่จะเคลื่อนไหวไปมาได้ อีกทั้งมันสามารถที่จะขยายเผ่าพันธุ์ของมันได้
  • ดังนั้นเราต้องรู้ว่าเราเป็นใครในพระเยซูคริสต์
  1. ต้องเพาะเมล็ดในชีวิตของเรา
  • เงื่อนไขในการที่ชีวิตจะเจริญและเติบโตขึ้นในทางของพระเจ้าได้นั้น นั่นก็คือ การยอมเพาะชีวิตลงในไร่นาของตน
  • ยน.12:24 “ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า“ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงไปในดินและเปื่อยเน่าไป ก็จะคงอยู่เป็นเมล็ดเดียว แต่ถ้าเปื่อยเน่าไปแล้ว ก็จะงอกขึ้นเกิดผลมาก”
    • คริสตจักร
  • หากเราไม่ยอมเพาะชีวิตของตนลงในดิน และ“คริสเตียนที่ไม่ผูกพัน ไม่ฝังตัวเองร่วมกับคริสตจักรของพระเจ้า” ก็ย่อมไม่มีทางที่จะเติบโตขึ้นตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้
  • เราจะต้องตัดสินใจในการที่จะอยู่ในคริสตจักรใดคริสตจักรหนึ่งเพื่อที่เราเองนั้นจะได้รับการพัฒนาชีวิตในฝ่ายจิตวิญญาณได้อย่างถูกต้อง
    • ในพระคำของพระเจ้า
  • การปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าโดยปราศจากความเข้าใจในพระวจนะของพระเจ้านั้นก็เป็นสิ่งที่อันตราย กับพระราชกิจของพระเจ้าอย่างมากด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับที่เราให้เกียรติกับผู้รับใช้ของพระเจ้า แต่การเรียนรู้ชีวิตของผู้นำ การรับคำสอนจากผู้นำโดยที่พี่น้องเองนั้นไม่ได้มีความเข้าใจในพระวจนะของพระเจ้าเลยนั้นก็ไม่ถูกต้อง
  1. “เกิดผลมาก”
  • ชีวิตของผู้เชื่อที่เพาะลงในคริสตจักร เพาะลงในการวางชีวิตไว้ใกล้ๆกับผู้นำหรือผู้ที่มีความเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายจิตวิญญาณ เพาะลงในพระวจนะของพระเจ้าแล้วมันจะต้องเกิดผล
  • ยน.15:16“ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่ เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน”
  • การเกิดผลจะมาภายหลังจากการที่เรานั้นได้เพาะชีวิตของเราลงในคริสตจักร พระวจนะของพระเจ้า และจากการที่เราได้วางชีวิตของเราลงร่วมกับผู้นำหรือผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณในคริสตจักรนั้น
  • สดด.52:8 “ฝ่ายข้าพเจ้าเป็นเหมือนต้นมะกอกเขียวสด ในพระนิเวศของพระเจ้า ข้าพเจ้าวางใจในความรักมั่นคงของพระเจ้า เป็นนิจกาล
  • ยรม.17:7-8“คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้าเขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดดส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้งแล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะออกผล”
  • อสย.61:3 “เพื่อจัดให้บรรดาผู้ที่ไว้ทุกข์ในศิโยน เพื่อประทานมาลัยแทนขี้เถ้าให้เขา น้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ ผ้าห่มแห่งการสรรเสริญแทนจิตใจที่ท้อถอย เพื่อคนจะเรียกเขาว่าต้นก่อหลวงแห่งความชอบธรรมที่ซึ่งพระเจ้าทรงปลูกไว้เพื่อพระองค์จะทรงสำแดงพระสิริของพระองค์”